เทรนไลน์ คือ

Mar 29

เทรนไลน์ คือ

สอนลงทุน Bitcoin กับ simplefx 16 กพ.2017 เทรนไลน์ คือ.

วิดีโอ เทรนไลน์ คือ



จากแบบฝึกหัด 4.1 เราคำนวณหาค่า ความชัน โดยใช้วิธี method of least square เพื่อให้ได้เส้นตรงที่เหมาะสมกับข้อมูลมากที่สุด ความชันและจุดตัดแกน y ที่ได้จะมีค่าเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ได้จากการทดลอง ในกรณีที่เราทราบว่าเส้นตรงนั้นตัดผ่านแกน y ที่ค่า ๆ หนึ่ง และเราต้องการกำหนดจุดตัดแกน y ให้คงที่ที่ค่านี้ ฟังก์ชัน SLOPE ที่เราใช้�

Bearish Failure Swing แน่นอนว่าต้องตรงกันข้ามกันก็คือการที่ RSI ขึ้นสูงกว่า 70 ลงต่ำกว่า 70 ในเวลาต่อมา และกลับตัวขึ้นไป แต่ไม่ถึง 70 พร้อมกับ ราคาปิดล่าสุด ต่ำกว่า จุดต่ำสุดของวันก่อนหน้า เป้นสัญญาณว่าหุ้นอาจจะพล�

- เคลื่อนที่ออกด้านข้างไปเรื่อยๆ - ระยะการขึ้นลงใกล้เคียงกัน



อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เทรนไลน์ คือ

4. การเลือกเส้นกราฟที่เหมาะสมกับข้อมูล (Curve Fitting)

ข้อมูลที่ได้จากการทดลอง ส่วนใหญ่จะประกอบด้วยตัวแปรอย่างน้อย 2 ตัว ตัวแปรเหล่านั้นมีความสัมพันธ์กันอยู่ เช่น ในเรื่องการตกอย่างอิสระ ความเร็วเป็นฟังก์ชันกับเวลาในลักษณะเชิงเส้น (v = u + at) การกระจัดเป็นฟังก์ชันกับกำลังสองของเวลาที่ใช้ในการเคลื่อนที่ ( ) ความสัมพันธ์กันของตัวแปรจะมีลักษณะที่ตัวแปรหนึ่งขึ้นอยู่กับอีกตัวแปรหนึ่ง โดยมีตัวแปรตัวหนึ่งเป็นตัวแปรอิสระ (x, independent variable) และอีกตัวหนึ่งเป็นตัวแปรตาม (dependent variable) จากสมการ v = u + at t เป็นตัวแปรอิสระ และ v เป็นตัวแปรตาม จากสมการ t เป็นตัวแปรอิสระ และ y เป็นตัวแปรตาม

ความสัมพันธ์ของข้อมูล สามารถแบ่งเป็น 2 ชนิดใหญ่ ๆ คือ

ก. ความสัมพันธ์เชิงฟังก์ชันแบบกราฟเส้นตรง (Linear) ซึ่งอยู่ในรูปสมการ y = ax + b เมื่อ y คือตัวแปรตาม x คือตัวแปรอิสระ a คือความชันของเส้นตรง และ b คือ จุดตัดแกน y

ข. ความสัมพันธ์เชิงฟังก์ชันแบบกราฟไม่เป็นเส้นตรง (Non linear) เส้นกราฟอาจมีลักษณะเป็นรูปพาราโบลา หรือเอกซ์โพเนนเชียล หรือ ไฮเปอร์โบลา

ดังนั้นเมื่อเราได้ข้อมูลจากการทดลอง นำข้อมูลเหล่านั้นมาพล็อตกราฟ จะเห็นการกระจายของของข้อมูล อาจมองได้คร่าว ๆ ว่าแนวโน้ม (trend) ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรทั้งสองของข้อมูลเป็นแบบใด เป็นแบบเส้นตรง หรือแบบพาราโบลา หรือแบบเอกซ์โพเนนเชียล หรือแบบอื่นๆ โดยจะใช้วิธีทางสถิติ หาสมการที่เป็นตัวแทนของข้อมูลชุดนี้ สมการที่หามาได้นี้สามารถนำไปพยากรณ์ (predict) ค่า y เมื่อ x มีค่าต่างไปจากที่วัดได้จากการทดลอง

ในวิชาปฏิบัติการฟิสิกส์ 1 และ 2 ที่นักศึกษาเรียนผ่านมา ส่วนใหญ่จะเป็นข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กันในลักษณะเชิงเส้นตรง ในบางกรณีข้อมูลที่ได้มีความสัมพันธ์กับแบบไม่เส้นตรง เราจะเปลี่ยนสมการให้อยู่ในรูปที่สามารถพล็อตกราฟเป็นเส้นตรงได้ (อ่านทบทวนจากบทที่ 1 เรื่องการเขียนกราฟ ในหนังสือคู่มือปฏิบัติการฟิสิกส์ 1 ที่นักศึกษาเรียนเมื่อภาคที่ 1 ปีที่ 1) เราเคยนำข้อมูลที่ได้จากการทดลองที่มีความสัมพันธ์เชิงเส้น หาความชันและจุดตัดแกน y เพื่อหาเส้นตรงที่เป็นตัวแทนของข้อมูลชุดนี้ ในแบบฝึกหัดที่ 2.2 และ 2.3 จะเห็นเราต้องเขียนสูตรคำนวณเพื่อหาความชันและจุดตัดแกน y ที่ต้องการ ในเอ็กเซล จะมีวิธีการหาเส้นตรงที่เหมาะสมและเป็นตัวแทนของข้อมูล ( the line of best fit for linear data) โดยวิธีกำลังสองน้อยสุด (method of least square) ได้โดยตรง

แบบฝึกหัด 4.1 วัตถุชิ้นหนึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว v เมื่อเวลา t ใด ๆ วัตถุมีความเร็วดังนี้

จงหาความเร็วต้น และความเร่งของวัตถุชิ้นนี้ และเมื่อเวลาผ่านไป 5 วินาที ความเร็วของวัตถุชิ้นนี้มีค่ากี่เมตรต่อวินาที

1. สร้าง worksheet ขึ้นมาใหม่ แล้วนำข้อมูลใส่ลงในตารางดังรูป

2. ในช่อง D4 พิมพ์ คำว่า Slope ในเซลล์ E4 พิมพ์สูตร =SLOPE(B2:B7, A2:A7) ขณะที่เราพิมพ์สูตรจะเห็นว่าเอ็กเซล ได้ให้คำแนะนำวิธีเขียนสูตรให้เราดังนี้

=SLOPE(known_y's, known_x's)

3. ในเซลล์ D5 พิมพ์คำว่า y-Intercept ในเซลล์ D6 พิมพ์สูตร =INTERCEPT(B2:B7, A2:A7)

4. สมการเส้นตรงที่เหมาะสมกับข้อมูลชุดนี้คือ v = 9.91 t + 2.27 ความชันของข้อมูลชุดนี้คือความเร่งของวัตถุนั่นเอง นั่นคือความเร่งของวัตถุชิ้นนี้คือ 9.91 m/s 2 ต้องการหาความเร็วต้นของวัตถุหมายถึง ความเร็วเมื่อ t= 0 นั่นเอง ซึ่งก็คือจุดตัดแกน y ความเร็วต้นของวัตถุ คือ 2.27 m/s

5. ต้องการหาความเร็วของวัตถุเมื่อ t = 5 วินาที จะเห็นว่า t = 5 วินาที ไม่มีอยู่ในข้อมูลที่ทดลองได้ เมื่อได้สมการที่เป็นตัวแทนของข้อมูลชุดนี้คือ v = 9.91 t + 2.27 เราสามารถแทนค่า t = 5 ลงไปในสมการก็จะสามารถคาดคะเน หรือพยากรณ์ ค่า v ได้ ซึ่งจะได้ v = 9.91(5) + 2.27 = 51.82 m/s

6. save งานเก็บไว้ในชื่อ ex4_1.xls

แบบฝึกหัดที่ 4.2 การลากเส้นตรงที่เป็นตัวแทนของข้อมูล (Trend line)

แบบฝึกหัดที่ 4.1 เป็นการหาความชันและจุดตัดแกน y ของเส้นตรงที่เหมาะสมกับข้อมูลที่ได้มาจากการทดลอง สิ่งที่เราได้คือ สมการเส้นตรง ซึ่งเป็นตัวแทนของข้อมูลชุดนี้ ในแบบฝึกหัดนี้เราจะให้เอ็กเซลวาดเส้นตรงที่เกิดจากสมการเส้นตรงที่เราได้มานี้

1. เปิดไฟล์ ex4_1.xls จากนั้นใช้คำสั่ง save as.. ตั้งชื่อใหม่เพื่อสำหรับใช้ทำแบบฝึกหัด 4.2 นี้ในชื่อ ex4_2.xls

2. เลือกข้อมูลในเซลล์ A2 : B7 โดยใช้เมาส์ลากระบายสีทึบ คลิกที่ chart wizard สร้างกราฟแบบ XY –Scattering เลือกแบบย่อยเป็นแบบพล็อตเป็นจุดโดยไม่ต้องมีเส้นเชื่อม

คลิกที่ปุ่ม Finish จะได้จุดต่าง ๆ เรียงรายบนกระดาษกราฟ

3. คลิกเมาส์ที่จุดใดจุดหนึ่ง (เอ็กเซลเรียกจุดพวกนี้ว่า marker) จะเห็นทุก ๆ จุด กลายเป็นจุดสี่เหลี่ยมสีดำ จากนั้นนำ mouse pointer ไปวางไว้ที่จุดใดจุดหนึ่ง คลิกเมาส์ปุ่มขวา เลือกเมนูที่เขียนไว้ว่า Add Trend line…

4. จะมีหน้าต่างชื่อ Add Trend Line ปรากฏขึ้นมา ให้เลือกแท็บชื่อ Type และเลือกเส้นเป็นแบบ Linear

คลิกปุ่ม OK จะได้กราฟเส้นตรงที่เป็นตัวแทนของข้อมูลชุดนี้ แต่ยังไม่ตรงกับที่เราต้องการ เพราะเส้นตรงนี้ไม่ได้ลากเลยไปตัดแกน y

5. ให้ใช้เมาส์ไปวางที่ส่วนใดก็ได้ของเส้นตรง trend line แล้ว double click จะได้หน้าต่าง Format Trend line .. ซึ่งมีแท็บจำนวน 3 แท็บ

แท็บ Patterns ใช้ตกแต่งสีและลักษณะของเส้นกราฟ แท็บ Type จะมีหน้าตาเหมือนกับ แท็บ Type ในหน้าต่าง Add Trend Line.. ที่เคยกล่าวมาแล้ว

ให้นักศึกษาคลิกที่แท็บ Options เพราะเราต้องการให้เส้นตรงตัดกับแกน y ซึ่งเป็นตำแหน่ง x = 0 แต่ข้อมูลของ x ในตารางที่มีค่าต่ำสุดคือ 2 เราต้อง “ ถอยหลัง (backward)” มาที่ตำแหน่ง x = 0 ดังนั้นต้องถอยหลังมาอีก 2 วินาที

เมื่อคลิกปุ่ม OK กราฟเส้นตรงจะเปลี่ยนไป คือจะถูกลากยาวออกมาจนตัดกันแกน y ที่ตำแหน่ง x = 0

6. ให้นักศึกษาทดลองเปลี่ยนค่า backward ให้มากกว่า 2 เช่น เป็น 2.5 หรือ 3 หรือมากกว่า แล้วสังเกตรูปกราฟที่เปลี่ยนไป นักศึกษาอาจเปลี่ยนสี ความหนาของเส้น หรือ เปลี่ยนสีพื้นหลัง เพิ่ม grid line ให้ดูสวยงาม และอย่าลืม กด save เก็บงานที่ทำนี้เก็บไว้ด้วย

แบบฝึกหัด 4.3 แสดงสมการของเส้นตรงที่เป็นตัวแทนของข้อมูลโดยกำหนดจุดตัดแกน y

จากแบบฝึกหัด 4.1 เราคำนวณหาค่า ความชัน โดยใช้วิธี method of least square เพื่อให้ได้เส้นตรงที่เหมาะสมกับข้อมูลมากที่สุด ความชันและจุดตัดแกน y ที่ได้จะมีค่าเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ได้จากการทดลอง ในกรณีที่เราทราบว่าเส้นตรงนั้นตัดผ่านแกน y ที่ค่า ๆ หนึ่ง และเราต้องการกำหนดจุดตัดแกน y ให้คงที่ที่ค่านี้ ฟังก์ชัน SLOPE ที่เราใช้�

Source: http://www.rmutphysics.com/charud/scibook/Math4physics/Excel_Lab/04CurveFitting.html


เทรนไลน์ คือ