กำไลข้อมือ ภาษาอังกฤษ

Apr 04

กำไลข้อมือ ภาษาอังกฤษ

บทความแนะนำ MACD ใช้ยังไง SETInvestor มีคำตอบ

2. Bullish Divegence จะเกิดขึ้นเมื่อ MACD มีการปรับตัวสูงขึ้นสวนทางกับการลดลงของดัชนีราคา เป็นการบอกว่าการลดลงของราคาหุ้นใกล้สิ้นสุด


กำไลข้อมือ ภาษาอังกฤษ

Line : sithadiamond (ตลอด 24 ชม. ฝากข้อความไว้ ) E-mail : sale@sithadiamond.com



วิดีโอ กำไลข้อมือ ภาษาอังกฤษ

น้องณัชชาสอนศัพท์รับ AEC ตอน 'สร้อยข้อมือ'

อ่านเกี่ยวกับ กำไลข้อมือ ภาษาอังกฤษ

ตอนผมเริ่มเข้ามาเทรดในตลาดหุ้นแรกๆ ก็เริ่มได้ยินเจ้าคำว่า MACD บ่อยมาก บางคนก็เรียก M-A-C-D บางคนก็อ่านว่า MAC-D ในบทความนี้ก็เลยจะมาคลายความสงสัยกันว่าเจ้า MACD นั้นคืออะไร ?

MACD หรือ Moving Average Convergence Divergence เป็นการแสดงถึงความสัมพันธ์ของราคาเฉลี่ยใน 2 ช่วงเวลา โดยวิธีการคำนวณหา MACD นั้นคือการนำเส้น EMA 12 วัน ลบด้วย EMA 26 วัน ก็จะได้เส้น MACD

ส่วนเส้นสัญญาณ หรือ Signal Line นั้นก็คือเส้น EMA 9 วันโดยเปลี่ยนจากปกติเราใช้ราคา 9 วันย้อนหลังแต่เปลี่ยนเป็น MACD 9 วันย้อนหลังแทน

3 วิธีที่นักลงทุนนิยมใช้ MACD 

Crossovers จากที่เห็นในกราฟประกอบด้านบนจะสังเกตุได้ว่าเมื่อ MACD ตกลงมาต่ำกว่าเส้นสัญญาณ​ (Signal Line) เป็นการบ่งบอกถึง สภาวะ Bearish (ตลาดหมี) จึงอาจจะเป็นสัญญาณในการขาย ในทางกลับกันเมื่อเส้น MACD สูงกว่าเส้นสัญญาณ​ (Signal Line) นั้นก็หมายถึงสภาวะ Bullish (ตลาดกระทิง) ซึ่งอาจหมายความว่าราคาอาจจะมีแรงพลักดันให้ขึ้นสูงกว่านี้ นักลงทุนส่วนใหญ่จึงรอสัญญาณที่ชัดเจนก่อนเพื่อป้องกันการเกิด สัญญาณหลอก หรือ การเข้าซื้อก่อนเวลา ยกตัวอย่างลูกศรอันแรกในภาพด้านบน

Divergence เมื่อราคาหุ้นเกิดขึ้นลงสวนทางกับ MACD อาจหมายถึงสัญญาณการจบเทรนด์ เนื่องจากกับทำราคาสูงสุดครั้งล่าสุดนั้นมีแรง น้อยกว่า ครั้งก่อน จึงอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายและราคาสูงสุดครั้งต่อไปอาจจะต่ำกว่านี้ บทสรุปคือการเป็นการจบลงของเทรนด์ขาขึ้น

Dramatic Rise หาก MACD เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนั้นหมายความว่า ราคาเฉลี่ยในระยะสั้น เริ่มห่างออกจากราคาเฉลี่ยระยะยาว จึงเป็นสัญญาณว่าหุ้นตัวนั้นอาจจะมีการซื้อมากเกินไป หรือ Overbought และ ต้องกลับมาในระดับที่ปกติเร็วๆ นี้

บทความแนะนำ MACD ใช้ยังไง SETInvestor มีคำตอบ

Source: http://www.sornhoon.com/d-macd.aspx


อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ กำไลข้อมือ ภาษาอังกฤษ

กำไลข้อมือ ภาษาอังกฤษ

น้องณัชชาสอนศัพท์รับ AEC ตอน 'สร้อยข้อมือ'

วิดีโอ กำไลข้อมือ ภาษาอังกฤษ



Dramatic Rise หาก MACD เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนั้นหมายความว่า ราคาเฉลี่ยในระยะสั้น เริ่มห่างออกจากราคาเฉลี่ยระยะยาว จึงเป็นสัญญาณว่าหุ้นตัวนั้นอาจจะมีการซื้อมากเกินไป หรือ Overbought และ ต้องกลับมาในระดับที่ปกติเร็วๆ นี้

1. Bearish divergence จะเกิดขึ้นเมื่อ MACD มีการปรับตัวลงสวนทางกับการสูงขึ้นของดัชนีราคา เป็นการเตือนว่าราคาหุ้นอาจมีการปรับตัวลง

สนใจสินค้าตัวไหน หรือ อยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :  086-924-0409



MACD ( Moving Average Convergence / Divergence ) คือเส้นของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ของราคา 2 เส้น

สร้างขึ้นโดยใช้ความต่างระหว่างเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 2 เส้น โดยที่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เส้นหนึ่ง ใช้ระยะเวลาในการคำนวณยาวกว่าเส้นค่าเฉลี่ยฯ อีกเส้นหนึ่ง และเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 2 เส้นนี้ นิยมใช้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ EXPONENTIAL ส่วนจำนวนวันที่นำมาหาค่าเฉลี่ย ก็อาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่ที่นิยมใช้กันทั่วไปคือ 12 วัน และ 25 (หรือ 26 วัน) มีข้อสังเกตว่า เส้นค่าเฉลี่ยระยะยาวนี้ จะมีระยะเวลายาวนาน กว่าเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นประมาณ 1 เท่า Signal Line หรือ MACD Signal คือ เส้น EMA 9 วัน ซึ่งจะถูกวางไว้ใช้คู่กันกับเส้น MACD เพื่อหาสัญญานเข้าซื้อขาย

สูตรคำนวณ MACD MACD Line = EMA(12) – EMA(26) Signal Line = EMA(9)

สามารถใช้ MACD ที่ระดับ 0 เป็นตัวบ่งบอก trend ได้เช่นกัน ถ้า MACD > 0 คือเป็นขาขึ้น, MACD < 0 เป็นขาลง จากสูตรคำนวณแสดงให้เห็นว่า ถ้า EMA12 ตัด EMA26 นั่นหมายถึง MACD จะเท่ากับ 0 พอดี แต่ถ้า EMA12 < EMA26 นั่นคือ MACD จะอยู่ต่ำกว่า 0 และถ้า EMA12 > EMA26 MACD จะอยู่เหนือเส้น 0

หลักการวิเคราะห์

1.   ถ้า MACD > 0 หมายถึงเป็นแนวโน้มขาขึ้น 2.   ถ้า MACD < 0 หมายถึงเป็นแนวโน้มขาลง 3.   ถ้า MACD > 0 และตัด Signal ลงมา หมายถึงราคาอาจพักฐานชั่วคราว 4.   ถ้า MACD < 0 และตัด Signal ขึ้นไป หมายถึงราคาอาจจะขึ้น ชั่วคราว 5.   ถ้า MACD ตัด 0 ขึ้นไป เป็นสัญญาณซื้อ 6.   ถ้า MACD ตัด 0 ลงมา เป็นสัญญาณขาย

การใช้เครื่องมือ MACD เพียงอย่างเดียว มักจะทำให้ผู้ลงทุนไม่ได้กำไรสูงสุด ดังนั้น จึงควรนำหลักการของ DIVERGENCE มาประกอบการตัดสินใจ

การขัดแย้งกันของ MACD กับดัชนีราคา หรือเรียกว่า DIVERGENCE

DIVERENCE คือ การขัดแย้งกันของ MACD กับราคาหุ้นมี 2 ลักษณะคือ

1. Bearish divergence จะเกิดขึ้นเมื่อ MACD มีการปรับตัวลงสวนทางกับการสูงขึ้นของดัชนีราคา เป็นการเตือนว่าราคาหุ้นอาจมีการปรับตัวลง

2. Bullish Divegence จะเกิดขึ้นเมื่อ MACD มีการปรับตัวสูงขึ้นสวนทางกับการลดลงของดัชนีราคา เป็นการบอกว่าการลดลงของราคาหุ้นใกล้สิ้นสุด

Source: http://www.setinvestor.com/macd/