forex คืออะไร เข้าใจง่าย

Apr 14

Forex คืออะไร เข้าใจง่าย

แบบที่ 1 เปิดแบบจำนวน lot เท่าเดิมตลอด สมมุติว่าเรามีเงินทุนอยู่ 1,000 เหรียญ เราควรจะเทรดที่ความเสี่ยงแค่ 40% เท่านั้น นั่นก็คือ 0.4 lot แต่เราไม่ควรเปิด 0.4 lot ในคราวเดียว เพราะกราฟนั้นสามารถเป็นไปได้ทั้งขึ้นและทั้งลงตล

Yard - คำสแลงของพันล้าน


forex คืออะไร เข้าใจง่าย

Forex ย่อมาจาก Foreign Exchange บางครั้งเรียกย่อว่า FX คือ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา Forex Market หรือ ตลาด Forex เป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าการซื้อขายมากกว่า US$ 4 trillion (4 ล้านล้านดอลลาร์) ต่อวัน เป็นตลาดการเงิน ที่มีสภาพคล่องสูงมาก ตลาดเปิดทำการซื้อขาย 24 ชั่วโมง ตลอดวันทำการ โดยหยุดการซื้อขาย ในวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น (คล้ายงานประจำเลยแฮะ) .



วิดีโอ forex คืออะไร เข้าใจง่าย

Forex คืออะไร

อ่านเกี่ยวกับ forex คืออะไร เข้าใจง่าย

การบริหารความเสี่ยงคือสิ่งหนึ่งที่สำคัญในการควบคุมความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในพอร์ตของเรา ถ้าหากเราเปิดออเดอร์แต่ละครั้งสูงมากเกินไปโดยไม่ได้คำนวนว่าถ้าหากกราฟวิ่งสวนทิศทางที่เราคาดการณ์ไว้ เราควรจะทำอย่างไร จะแก้ไขมันอย่างไร เพราะทุกๆครั้งที่เราเปิดออเดอร์ ย่อมหมายถึงว่าจะเกิดความเสี่ยงทุกครั้ง บางครั้งอาจจะส่งผลให้เราถูกล้างพอร์ตไปเลยก็ได้ เราจึงต้องว่าแผนไว้ว่าถ้าหากกราฟวิ่งสวนทิศทางกับที่คาดการณ์ไว้ จะทำยังไง การเปิดออเดอร์เทียบกับทุนของเราที่มีอยู่จึงมีส่วนสำคัญต่อการเทรด ถ้าเปิดน้อย โอกาสที่จะเสียก็มีน้อย ถ้าเปิดมากโอกาสที่เราจะเสียก็มีมาก เราจึงต้องมาคำนวนวิธีการหาความเสี่ยงกัน

วิธีการคำนวนความเสี่ยงในการเปิดออเดอร์

สมมุติว่าเรามีทุนที่ 1,000 เหรียญ ถ้าเราจะเปิดออเดอร์ที่ 10% เราจะต้องเปิดจำนวน Volume ที่เท่าไร สูตรในการคำนวนนั้นคือ 1000/10,000 จะได้เท่ากับ 0.1 lot โดยให้ 10,000 นั้นเป็นกรอบการวิ่งของเทรดของเรา เพื่อให้เราไม่ผิดพลาดได้โดยง่าย เช่น ถ้าเราเปิดออเดอร์ทิ้งไว้ที่ 0.1 lot จะถูกล้างพอร์ตที่ 10,000 จุด แต่ถ้าสมมุติว่าเราเทรดที่ความเสี่ยง 50% โอกาสที่เราจะพลาดได้ก็อยู่ที่ 2,000 จุด แต่ถ้าหากเราคาดการณ์ถูก การเปิดที่ความเสี่ยงสูงขึ้นจะทำให้โอกาสที่เราจะได้กำไรกลับมาก็มีสูงเช่นกัน แต่บางครั้งเราอาจจะสับสน แล้วใช้ค่า Leverage มาเทียบกับความเสี่ยงของเราด้วย

ค่า Leverage คืออะไร

สำหรับค่า Leverage นั้นคือ การยืมเงินจากโบรกเกอร์มาช่วยเราในการเทรด ซึ่งมีส่วนในการช่วยเราลดต้นทุนในการเทรดนั้น ยิ่งค่า leverage มีสูงมาก เราก็ยิ่งเทรดได้มากขึ้น ถึงแม้เงินทุนของเราจะมีเท่าเดิมก็ตาม

สมมุติว่า ถ้าเรามีค่า leverage อยู่ที่ 1:100 แล้วเราเทรดครั้งละ 1 lot เราจะต้องมี Margin ถึง 1,000 เหรียญ จึงจะสามารถเปิดออเดอร์ได้ ซึ่งเปรียบเสมือนกับว่าเราเปิดออเดอร์ด้วยเงิน 100,000 เหรียญ เพราะหน่วย unit ของ 1 lot มีค่าเท่ากับ 100,000 unit ค่า leverage จึงเป็นการช่วยลดทุนของเราให้น้อยลง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าค่า leverage ของเรา เท่ากับ 1:200 แล้วค่า Margin จะเป็นเท่าไรในขณะที่เราเทรดด้วยจำนวน 1 lot เท่าเดิม เราก็คิดโดยการเอา 100,000/200 ก็จะเท่ากับ 500 เหรียญ แต่ถ้าเป็น 1:500 ล่ะ ก็จะได้เท่ากับ 200 เหรียญ นั้นก็หมายความว่ายิ่ง leverage มีค่าสูงมากเท่าไร เราก็สามารถเปิดออเดอร์ได้เพิ่มขึ้นเท่านั้น

Free Margin คือค่าที่เหลืออยู่ ถ้าเหลือ 0 เราจะไม่สามารถเปิดออเดอร์ได้อีก บางครั้งเราอาจจะสับสน หรือเข้าใจผิดโดยมองค่า Free Margin มาเทียบกับทุน คิดเป็นความเสี่ยง ซึ่งหากเรามองไม่ดีแล้วเปิดออเดอร์เพิ่มขึ้น ก็อาจจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้แก่ตนเองได้ สมมุติว่า ถ้าหากเราเทรดจำนวน 1 lot ด้วยทุน 1,000 ด้วยค่า leverage ที่ 1:500 แล้วเห็นว่าค่า Free Margin เหลือตั้ง 800 เหรียญ เราอาจจะนึกว่าความเสี่ยงนั้นอยู่ที่ 20% แต่ที่จริงแล้ว ความเสี่ยงของเราอยู่ที่ 100%  เต็ม มันก็หมายถึงโอกาสที่เราจะพลาดได้ก็มีแค่ 1,000 จุดเท่านั้น เมื่อพอเราเห็นว่าค่าความเสี่ยงอยู่ 20 % เรายังสามารถเปิดออเดอร์เข้าไปได้อีก ความเสี่ยงของเราก็เพิ่มขึ้นไปอีกเช่นกัน นี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่เราถูกล้างพอร์ตได้ง่ายๆ เราจึงไม่ควรสับสนระหว่างค่าความเสียงกับค่า Free Margin นั้นๆ

วิธีการเปิดออเดอร์ในตลาด Forex ให้เหมาะสมกับทุนที่มีอยู่

สำหรับการเปิดออเดอร์แต่ละครั้งนั้นมักจะไม่เหมือนกัน แล้วแต่ความมั่นใจของแต่ละคน ซึ่งวิธีนี้อาจจะพอเป็นแนวทางในการเทรดให้แก่ท่านได้

แบบที่ 1 เปิดแบบจำนวน lot เท่าเดิมตลอด สมมุติว่าเรามีเงินทุนอยู่ 1,000 เหรียญ เราควรจะเทรดที่ความเสี่ยงแค่ 40% เท่านั้น นั่นก็คือ 0.4 lot แต่เราไม่ควรเปิด 0.4 lot ในคราวเดียว เพราะกราฟนั้นสามารถเป็นไปได้ทั้งขึ้นและทั้งลงตล

Source: http://wiwat.net/glossary-Forex.html


อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ forex คืออะไร เข้าใจง่าย

Forex คืออะไร เข้าใจง่าย

Forex คืออะไร

วิดีโอ forex คืออะไร เข้าใจง่าย



สำหรับการเปิดออเดอร์แต่ละครั้งนั้นมักจะไม่เหมือนกัน แล้วแต่ความมั่นใจของแต่ละคน ซึ่งวิธีนี้อาจจะพอเป็นแนวทางในการเทรดให้แก่ท่านได้

Whipsaw - เป็นรูปแบบราคาที่ขึ้นไปอย่างรวดเร็วและหลังจากนั้นก็ตกลงมาเร็วเช่นกัน

ตลาด Forex คืออะไร ?



ศัพท์พื้นฐาน Forex แบบง่ายๆ

Accrual - การจัดสรรค่าพรีเมี่ยมและค่าส่วนลดสำหรับธุรกรรมเงินตราต่างประเทศล่วง หน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับค่า swap (การ Arbitrage ของดอกเบี้ย) ในระยะเวลาของธุรกรรมนั้นๆ Adjustment - การดำเนินการอย่างเป็นทางการโดยวิธีการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเงินเพื่อลดความไม่สมดุลในการใช้จ่าย หรือวิธีการลดค่าเงิน Appreciation - การแข็งค่าของสกุลเงินนั้นๆเมื่อมีอุปสงค์มากขึ้น Arbitrage - การซื้อและขายในตลาดที่มีความสัมพันธ์กันเป็นจำนวนที่เท่ากันพร้อมๆกันเพื่อได้รับส่วนต่างระหว่างราคาในแต่ละตลาด Ask (Offer) Price - เป็นราคาที่ตลาดต้องการขายในสกุลเงินนั้นๆ ตัวอย่างเช่น ถ้าราคาของคู่ USD/CHF เป็น 1.4527/32 ราคา Ask คือ 1.4532 หมายความว่าท่านต้องใช้เงิน 1.4532 Swiss francs เพื่อที่จะซื้อ 1 US dollar At Best - เป็นคำแนะนำจาก Dealer ในการซื้อหรือขายในเรทที่ดีที่สุดที่จะสามารถทำได้ At or Better - เป็นการสั่งให้ซื้อหรือขายในราคาที่ต้องการหรือราคาที่ดีกว่านี้

Balance of Trade - จำนวนส่งออกลบด้วยจำนวนนำเข้าของประเทศนั้นๆ Bar Chart - ประเภทของกราฟซึ่งแสดง 4 ส่วนหลักคือ ราคาต่ำสุดและราคาสูงสุด แสดงด้วยเส้นแนวตั้ง และราคาเปิดและราคาปิดแสดงด้วยเส้นแนวนอนเส้นเล็กๆด้านซ้ายและขวา Bear Market - เป็นช่วงตลาดขาลง มีการอ่อนค่าของราคา Bid Price - เป็นราคาที่ตลาดต้องการซื้อในสกุลเงินนั้นๆ ตัวอย่างเช่น ถ้าราคาของคู่ USD/CHF เป็น 1.4527/32 ราคา Ask คือ 1.4527 หมายความว่าเมื่อท่านขายเงิน 1 US dollar ท่านจะได้รับ 1.4527 Swiss francs Bid/Ask Spread - ส่วนต่างระหว่างราคา bid และราคา ask Big Figure - ทศนิยม 2 หรือ 3 หลักแรกของราคา ตัวอย่างเช่น ถ้าราคา bid/ask ของคู่ USD/JPY bid/ask เป็น 115.27/32 ดังนั้น big figure คือ 115 ถ้าราคาของคู่ EUR/USD เป็น 1.2855/58 big figure คือ 1.28 ซึ่ง big figure ส่วนใหญ่จะไม่ได้ถูกแสดงในราคาที่ dealer เสนอมา เช่น ถ้าราคาของคู่ EUR/USD เป็น 1.2855/58 ทาง dealer จะเขียนสั้นๆว่า "55/58". Book - เป็นประวัติสรุปออเดอร์ที่เคยทำรายการมากทั้งหมด Bretton Woods Agreement of 1944 - เป็นข้อตกลงเพื่อที่จะทำให้ค่าของสกุลเงินหลักๆคงที่ เพื่อให้ธนาคารกลางสามารถแทรกแซงตลาดสกุลเงินได้ และกำหนดให้ราคาของทองคำเท่ากับ ต่อออนซ์ ข้อตกลงนี้ใช้ถึงปี 1971 เมื่อประธานาธิบดี Nixon ได้ยกเลิกและเปลี่ยนมาใช้สกุลเงินแบบลอยตัวแทน Broker - เป็นบริษัทที่ทำหน้าที่เสมือนคนกลางระหว่างคนซื้อและคนขายเพื่อเก็บค่าธรรมเนียม Bull Market - เป็นช่วงตลาดขาขึ้น มีการแข็งค่าของราคาA market distinguished by rising prices. Bundesbank - ธนาคารกลางของประเทศเยอรมัน

Cable - เป็นชื่อเรียกของคู่สกุลเงิน GBP/USD ซึ่งเริ่มจากเมื่อช่วงกลางทศวรรษที่ 1800 มีการส่งราคาผ่านทาง cable Candlestick Chart - เป็นประเภทของกราฟที่แสดงราคาเปิด ปิด และสูงสุด ต่ำสุดของช่วงเวลานั้นๆ ถ้าราคาเปิดสูงกว่าราคาปิด ช่องสี่เหลี่ยมระหว่างราคาเปิดและราคาปิดจะมีการแรเงาไว้ ถ้าราคาปิดสูงกว่าก็จะไม่มีการแรเงา Cash Market - เป็นตลาดซื้อขาย future หรือ options Central Bank - เป็นหน่วยงานของรัฐบาลที่ควบคุมนโยบายทางการเงินของประเทศ ตัวอย่างเช่น ธนาคารกลางของประเทศอเมริกาคือ Federal Reserve และธนาคารกลางของประเทศเยอรมันคือ Bundesbank Chartist - เป็นนักลงทุนที่วิเคราะห์แนวโน้มราคาจากกราฟเป็นหลัก หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่านักลงทุนทางเทคนิค Cleared Funds - เงินที่สามารถใช้ในการเปิดการซื้อขายได้ Clearing - กระบวนการในการดำเนินการซื้อขาย Closed Position - คือรายการซื้อขายที่ปิดไปแล้ว ซึ่งในการปิดการซื้อขาย นักลงทุนก็จะต้องทำการซื้อหรือขายตรงข้ามกับรายการที่ได้ทำไว้แล้ว Collateral - หลักทรัพย์ประกัน Commission - ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากโบรกเกอร์ Confirmation - เอกสารที่ยืนยันเงื่อนไขข้อตกลงในการซื้อขาย Contagion - แนวโน้มของวิกฤตเศรษฐกิจที่จะแพร่กระจายไปยังตลาดอื่นๆ ซึ่งในปี 1997 ความไม่มั่นคงทางการเมืองของประเทศอินโดนีเซียทำให้เกิดความไม่แน่นอนในสกุล เงิน Rupiah ซึ่งมีผลกระทบต่อไปยังหลายประเทศในทวีปเอเชีย และต่อมาที่ทวีปละตินอเมริกา ซึ่งเรียกเหตุการณ์นี้ว่า 'Asian Contagion'. Contract - หน่วยมาตรฐานของการซื้อขาย Counter Currency - สกุลเงินที่เขียนเป็นลำดับที่สองในคู่สกุลเงิน Counterparty - หนึ่งในผู้ที่มีส่วนร่วมในการซื้อขายรายการทางการเงิน Country Risk - ความเสี่ยงในการทำธุรกรรมข้ามประเทศซึ่งจะเกี่ยวข้องกับกฎหมายหรือเงื่อนไขทางการเมือง Cross Currency Pairs - คู่สกุลเงินที่ไม่มี US dollar เช่น EUR/JPY หรือ GBP/CHF. Currency - เงินที่ออกโดยรัฐบาลหรือธนาคารกลางซึ่งใช้ในการซื้อขาย Currency Pair - คู่สกุลเงินที่ประกอบไปด้วย 2 สกุลเงิน ตัวอย่างเช่น EUR/USD Currency Risk - ความเสี่ยงในการเปลี่ยนแปลงเรทของค่าเงินอย่างผันผวน

Day Trader - นักลงทุนที่ทำการเปิดและปิดการซื้อขายภายในวันเดียว Dealer - เป็นบุคคลหรือบริษัทที่ทำการเปิดการซื้อขายกับอีกตลาดหนึ่งเพื่อที่จะได้รับกำไรจากค่า spread Deficit - การขาดทุน Delivery - การทำการซื้อขายโดยได้รับสินค้ามาจริงๆ Depreciation - การลดค่าของสกุลเงิน Derivative - สัญญาซื้อขายจากการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์ ฟิวเจอร์ หรือสินค้าอื่นๆ ซึ่งออฟชั่นก็เป็น derivative ที่นิยมซื้อขายกันมากที่สุด Devaluation - การลดค่าเงินซึ่งประกาศโดยรัฐบาลเป็นส่วนใหญ่

EURO - สกุลเงินยูโร European Monetary Union (EMU) ซึ่งมาแทนที่ European Currency Unit (ECU) Economic Indicator - สถิติที่ประกาศจากรัฐบาลเกี่ยวกับการเติบโตและความมีเสถียรภาพทางด้าน เศรษฐกิจ โดยทั่วไปจะประกอบไปด้วยอัตราการจ้างงาน, Gross Domestic Product (GDP), เงินเฟ้อ, ยอดค้าปลีก และอื่นๆ End Of Day Order (EOD) - รายการซื้อหรือขายตามราคาที่กำหนดไว้ รายการซื้อขายนี้จะเปิดไว้จนกระทั่งสิ้นสุดวันนั้นๆ โดยทั่วไปจะเป็นเวลา 5PM ET European Central Bank (ECB) - ธนาคารกลางของสหภาพยุโรป European Monetary Union (EMU) - จุดประสงค์ของ EMU คือการก่อตั้งสกุลเงินยูโรเพื่อใช้แทนสกุลเงินของประเทศต่างๆในทวีปยุโรปใน ปี 2002 ในวันที่ 1 มกราคา 1999 ได้เริ่มมีการทดลองใช้เงินสกุลยูโรเป็นเวลา 3 ปี และในวันที่ 1 กรกฏาคม 2002 ก็ได้มีการใช้อย่างเต็มรูปแบบ สมาชิกของ EMU ประกอบไปด้วย เยอรมัน, ฝรั่งเศส, เบลเยี่ยม, ลักเซมเบอร์ก, ออสเตรีย, ฟินแลนด์, ไอร์แลนด์, เนเธอแลนด์, อิตาลี, สเปนและโปรตุเกส

FX - การซื้อขายสกุลเงิน (Foreign Exchange) Federal Deposit Insurance Corporation (FDIC) - หน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดการคุ้มครองการฝากเงินในประเทศสหรัฐอเมริกา Federal Reserve (Fed) - ธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกา First In First Out (FIFO) - กฎที่รายการซื้อขายที่เปิดก่อนจะถูกปิดก่อนในกรณีที่มาร์จินไม่พอ Flat/square - เป็นรายการซื้อขายที่หักล้างกัน เช่น ท่านทำรายการซื้อ 0,000 และอีกรายการนึงขาย 0,000 Foreign Exchange (Forex, FX) - การซื้อขายสกุลเงิน โดยการซื้อหนึ่งสกุลเงินและขายอีกสกุลเงินหนึ่งเป็นคู่ Forward - สัญญาการซื้อขายล่วงหน้าในราคาและวันเวลาที่ได้ตกลงไว้ Forward Points - จำนวน pip ที่เพิ่มหรือหักออกจากราคาปัจจุบันเพื่อที่จะคำนวณราคาล่วงหน้า Fundamental Analysis - การวิเคราะห์แนวโน้มราคาล่วงหน้าโดยการศึกษาสภาวะเศรษฐกิจและการเมืองเป็นหลัก Futures Contract - สัญญาแลกเปลี่ยนในการซื้อขายที่ราคาและวันเวลาที่ได้กำหนดไว้ ข้อแตกต่างระหว่าง Future และ Forward คือ Future โดยปกติจะเป็น Exchange-Traded Contacts (ETC) ส่วน Forward นั้นจะเป็น Over The Counter (OTC)

G7 - ประเทศผู้นำในด้านอุตสาหกรรม ประกอบไปด้วย สหรัฐอเมริกา เยอรมัน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร อังกฤษ แคนาดา อิตาลี Going Long - การซื้อสินค้า เช่น หุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ หรือสกุลเงิน Going Short - การขายสินค้าโดยที่ไม่ได้เป็นเจ้าของสินค้าเอง Good Til Cancelled Order (GTC) - การซื้อขายสินค้าในราคาที่กำหนดไว้ รายการจะยกเลิกเมื่อมีคำสั่งจากลูกค้าเท่านั้น. Gross Domestic Product - ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ Gross National Product - ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ คือ Gross domestic product บวกด้วยรายได้จากการลงทุนหรือการทำงานต่างประเทศ

Hedge - การเปิดรายการซื้อขายตรงข้ามกับรายการที่มีอยู่เพื่อลดความเสี่ยงลง Hit the bid - การยอมรับการขายที่ราคา bid

Inflation - สภาพเศรษฐกิจที่ราคาของสินค้าได้เพิ่มสูงขึ้น ทำให้อำนาจการซื้อของประชาชนลดลง none Margin - เงินประกันเริ่มต้นที่ต้องใช้ในการเปิดการซื้อขาย Interbank Rates - อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินระหว่างธนาคารต่างประเทศ Intervention - การแทรกแซงค่าเงินของธนาคารกลางเพื่อควบคุมอัตราแลกเปลี่ยน

Kiwi - คำแสดงของสกุลเงินดอลลาร์ประเทศนิวซีแลนด์

LIBOR - ย่อมาจาก London Inter-Bank Offered Rate ซึ่งธนาคารต่างๆจะใช้เรท LIBOR เมื่อทำการยืมเงินจากธนาคารอื่น Leading Indicators - ค่าสถิติที่ใช้คาดการณ์สภาวะทางเศรษฐกิจล่วงหน้า Leverage - เป็นอัตราส่วนเพื่อที่จะใช้คำนวณมาร์จินในการซื้อขาย Limit order - เป็นรายการซื้อขายที่ตั้งราคาไว้ล่วงหน้าว่าจะทำการซื้อขายที่ราคาเท่าไหร่ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในตลาดที่มีราคาขึ้นลงอย่างรวดเร็ว Liquidation - การปิดรายการซื้อขายที่มีอยู่โดยใช้วิธี offsetting transaction Liquidity - ความสามารถในการรับการซื้อขายปริมาณมากๆโดยที่มีผลกระทบต่อราคาน้อยที่สุด Long position - รายการซื้อ รายการนี้จะได้กำไรเมื่อสินค้าที่เราทำรายการมีราคาสูงขึ้น Lot - หน่วยของสัญญาที่ใช้ในการเทรด

Margin - จำนวนเงินประกันที่ใช้ในการเปิดออเดอร์ Margin Call - การแจ้งเตือนจากโบรกเกอร์หรือดีลเลอร์เพื่อแจ้งว่ามาร์จินเหลือน้อยแล้ว Mark-to-Market - การคำนวณกำไรขาดทุนของรายการซื้อขายโดยให้สะท้อนกับราคาตลาดในปัจจุบัน Market Maker - ดีลเลอร์ที่ส่งราคา bid และ ask และพร้อมที่จะทำรายการซื้อขายในสินค้าต่างๆ Market Risk - ความเสี่ยงจากการขึ้นลงของตลาด Maturity - วันที่หมดสัญญาการซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงิน

Net Position - จำนวนรายการซื้อขายทั้งหมดโดยไม่มีการหักล้างรายการที่เปิดตรงข้ามกัน

Offer (ask) - ราคาที่ดีลเลอร์ต้องการขาย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่คำศัพท์ Ask (offer) price Offsetting transaction - การซื้อขายที่เปิดตรงกันข้ามกับรายการที่มีอยู่เพื่อลดความเสี่ยง One Cancels the Other Order (OCO) - เป็นการประมวลผลของ 2 ออเดอร์ ถ้าออเดอร์ใดออเดอร์หนึ่งได้เปิดการซื้อขายแล้ว อีกออเดอร์หนึ่งจะถูกยกเลิกอัตโนมัติ Open order - ออเดอร์ที่ได้รับการประมวลผลเมื่อราคาได้มาถึงราคาที่มีการตั้งซื้อขายไว้ ซึ่งปกติก็จะเชื่อมโยงกับ Good 'til Cancelled Orders. Open position - เป็นรายการซื้อขายที่กำลังอยู่ในตลาด ยังไม่มีการคิดกำไรขาดทุนจนกว่าจะปิดรายการ Order - การสั่งการซื้อขายตามที่ได้ตั้งราคาไว้ Over the Counter (OTC) - เป็นการอธิบายถึงรายการซื้อขายที่เกิดขึ้นนอกตลาด Overnight Position - การซื้อขายที่เปิดข้ามวัน

Pips - หน่วยทีเล็กที่สุดของราคาของคู่สกุลเงิน ตัวอย่างเช่น คู่สกุลเงิน EURUSD 1 pip จะเท่ากับ 0.0001 ซึ่งอาจจะเรียกว่า Point ก็ได้ Political Risk - การเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลที่จะมีผลอย่างมากต่อรายการซื้อขายของนักลงทุน Position - รายการซื้อขายสุทธิของสกุลเงินนั้นๆ Premium - จำนวนที่ราคาของ forward หรือ future เกินไปจากราคา spot Price Transparency - การแสดงราคาให้กับนักลงทุนทุกคนเพื่อความเท่าเทียมกันในการซื้อขาย Profit /Loss or "P/L" or Gain/Loss - ยอดกำไรหรือขาดทุนจากรายการซื้อขายทั้งหมด (รายการที่ได้ทำการปิดเรียบร้อยแล้วบวกหรือลบด้วยยอดกำไรขาดทุนของรายการที่ ยังเปิดค้างอยู่)

Quote - ราคาตลาดที่แสดงเพื่อทำการซื้อขาย

Rally - การเพิ่มขึ้นของราคาหลังจากราคาได้ตกลงมาเป็นเวลาช่วงหนึ่ง Range - ส่วนต่างระหว่างราคาสูงสุดและราคาต่ำสุดในช่วงเวลาหนึ่งๆ Rate - อัตราส่วนของราคาในสกุลเงินหนึ่งเมื่อเทียบกับสกุลเงินหนึ่ง Resistance - เป็นคำที่ใช้ในการวิเคราะห์ทางเทคนิคซึ่งจะเป็นการวิเคราะห์ว่าคนส่วนใหญ่จะทำการขายที่ราคานี้ Revaluation - การเพิ่มขึ้นของค่าเงินอันเนื่องมาจากการแทรกแซงของธนาคารกลาง ตรงข้ามกับ Devaluation. Risk - ความเสี่ยงในการเปลี่ยนแปลงของราคาที่ไม่แน่นอน Risk Management - การวิเคราะห์และใช้เทคนิคการเทรดในการลดความเสี่ยงต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้น Roll-Over - กระบวนการในการซื้อขายที่มีการทิ้งไว้ข้ามวัน ซึ่งกระบวนการนี้ก็จะมีค่าใช้จ่าย(หรือรายได้)จากส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่าง 2 สกุลเงิน Round trip - การซื้อและขายในสกุลเงินหนึ่งๆ

Settlement - กระบวนการที่รายการซื้อขายได้ถูกบันทึกไว้ ซึ่งการซื้อขายนี้อาจจะไม่ได้เป็นการแลกเปลี่ยนสินค้ากันจริงๆก็ได้ Short Position - เป็นรายการซื้อขายที่จะได้กำไรเมื่อราคาของสินค้านั้นๆตกลงมา Spot Price - ราคาตลาดปัจจุบัน Spread - ส่วนต่างของราคา bid และ offer Square - การที่มีรายการซื้อและรายการขายที่หักล้างกันทั้งหมด Sterling - คำสแลงของสกุลเงินปอนด์ Stop Loss Order - เป็นออเดอร์ที่มีการตั้งจุดขาดทุนไว้เพื่อที่จะจำกัดความเสี่ยงในกรณีที่ ราคาไม่เป็นไปตามที่นักลงทุนวิเคราะห์ไว้ ตัวอย่างเช่น ถ้าเปิดออเดอร์ซื้อที่ราคา 156.27 นักลงทุนก็อาจจะตั้ง stop loss ไว้ที่ 155.49 เมื่อราคาตลาดมาถึงราคานี้ออเดอร์ก็จะปิดให้อัตโนมัติ Support Levels - เป็นแนวรับที่ตรงข้ามกับแนวต้าน (Resistance) แนวรับนี้จะเป็นแนวที่นักลงทุนส่วนใหญ่จะทำการซื้อ Swap - ดอกเบี้ย swap เป็นดอกเบี้ยที่เราจะได้หรือเสียไปเมื่อเราทำการเปิดออเดอร์ทิ้งไว้ข้ามคืน Swissy - เป็นคำศัพท์สแลงจากสกุลเงินฟรังก์ของประเทศสวิสเซอร์แลนด์

Technical Analysis - การวิเคราะห์แนวโน้มโดยใช้ข้อมูลตลาดย้อนหลัง เช่น ราคา, ปริมาณซื้อขาย, ดอกเบี้ย และอื่นๆ Tick - การเปลี่ยนแปลงของราคาขึ้นลงในแต่ละครั้ง Tomorrow Next (Tom/Next) - การปิดการซื้อขายสกุลเงินในวันปัจจุบันและกลับมาเปิดรายการอีกในวันถัดไป เพื่อหลีกเลี่ยงการได้รับเงินจริงๆจากการซื้อขายนี้ Transaction Cost - ต้นทุนในการทำรายการซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงิน Transaction Date - วันที่ทำรายการซื้อขาย Turnover - จำนวนเงินทั้งหมดที่ทำรายการซื้อขายไปในช่วงเวลาหนึ่งๆ Two-Way Price - การแสดงราคา bid และ offer

US Prime Rate - อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารของสหรัฐอเมริกาให้ลูกค้าองค์กรกู้ยืม Unrealized Gain/Loss - ยอดกำไรขาดทุนสำหรับรายการซื้อขายที่ยังไม่ได้ปิดในขณะนั้น ถ้ารายการซื้อขายนั้นปิดแล้วก็จะเป็นกำไรขาดทุนที่เกิดขึ้นจริง Uptick - ราคาตลาดใหม่ที่แสดงขึ้นมาสูงกว่าราคาก่อนหน้านี้ Uptick Rule - ในประเทศสหรัฐอเมริกาจะมีเงื่อนไขว่าจะไม่สามารถเปิดรายการขายได้ถ้ารายการ ซื้อขายล่าสุดมีราคาไม่ต่ำกว่าราคาที่นักลงทุนกำลังจะขายต่อไป

Value Date - วันที่ตกลงทำสัญญาซื้อขาย ตัวอย่างเช่น ในตลาด spot value date คืออีก 2 วันถัดไป หรืออาจจะเรียกว่า maturity date ก็ได้ Variation Margin - เงินประกันที่ทางโบรกเกอร์ให้สำรองไว้เมื่อทำการซื้อขาย Volatility (Vol) - การวัดสถิติความเคลื่อนไหวของราคาในเวลาหนึ่งๆ

Whipsaw - เป็นรูปแบบราคาที่ขึ้นไปอย่างรวดเร็วและหลังจากนั้นก็ตกลงมาเร็วเช่นกัน

Yard - คำสแลงของพันล้าน

Source: https://learnforex4thai.wordpress.com/