แปลภาษาเกาหลีเป็นอังกฤษ

Apr 02

แปลภาษาเกาหลีเป็นอังกฤษ

ทั้งหมดที่ได้กล่าวมา ก็เป็นแค่ความสามารถเล็กๆ น้อยๆ ของโปรแกรม Metatrader 4 และ 5 เท่านั้น เจ้าโปรแกรมตัวนี้ ยังมีความสามารถอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งผมยังไม่ได้พูดถึง แต่ถ้าหากเพื่อนๆมีความสนใจ ต้องการที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Metatrader ก็ลองไปดาวน์โหลดจากเว็บไซต์นี้กันนะครับ www.metatrader4.com สวัสดี

สรุป : ทริคการหาสัญญาณของการเกิด Bullish Divergence เราจะต้องอ�


แปลภาษาเกาหลีเป็นอังกฤษ

MACD (Moving Average Convergence Divergence) เป็นเครื่องมืออีกชิ้นที่ช่วยในการตัดสินใจเรื่องการเปลี่ยนแนวโน้มของคลื่น ได้ดีครับ การใช้งานเครื่องมือทั้ง 3 ชนิด อ่านตำราแล้วเหมือนจะใช้ต่างกัน แต่ผมมักจะมองภาพรวมทั้ง 3 ตัวด้วยกัน รวมถึงการนับขาตามทฤษฎีอีเลียตเวฟ เพื่อช่วยตัดสินใจเรื่องการเปลี่ยนแนวโน้ม หากใครอ่านตำรา ก็มักจะพุ่งเป้าไปที่สัญญาณ overbought/oversold เป็นหลัก แต่จริงๆแล้ว เรายังดูหลายอย่างที่ละเอี�



วิดีโอ แปลภาษาเกาหลีเป็นอังกฤษ

เทคนิคการเทรด forex การหาจุดหมุนราคาจาก MACD Divergence (ภาค 2 ของจุดหมุน MACD)

อ่านเกี่ยวกับ แปลภาษาเกาหลีเป็นอังกฤษ

เนื่องจากความเจริญก้าวหน้าของโลกอินเตอร์เน็ตในปัจจุบัน ส่งผลให้การทำธุรกรรมการเงินต่างๆ มีความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น จากเมื่อก่อนต้องเสียเวลาดำเนินการด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปด้วยตัวเอง หรือว่าพูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ ภาพเก่าๆเหล่านี้มันจะเริ่มลบเลือนลงไปทุกที ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว ตลาด Forex ก็เช่นเดียวกัน อินเตอร์เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์เลยก็ว่าได้ นักเทรด Forex สามารถส่งคำสั่งซื้อขายผ่านทางโปรแกรมสำหรับเทรด Forex ภายในไม่กี่การคลิ๊กเมาส์ อีกทั้งยังใช้เวลาไม่ถึง 1 นาทีด้วย และตัวโปรแกรมที่นักเทรด Forex นิยมใช้กันโดยทั่วไปก็คือ โปรแกรม Metatrader 4 และ 5 (ตัวเลข 4 กับ 5 คือ เลขรุ่นที่มีการใช้กันอยู่ในปัจจุบัน)

โปรแกรม Metatrader คือ โปรแกรมที่ถูกออกแบบขึ้นมาอย่างเป็นพิเศษ เพื่อใช้ในการซื้อขายสินค้าทางการเงิน ผ่านทางระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต อาทิเช่น Forex หุ้น อนุพันธ์ ทองคำ และอื่นๆอีกมากมาย โดยผู้พัฒนาโปรแกรม Metatrader คือบริษัท MetaQuotes Software Corp ซึ่งเป็นบริษัทแนวหน้าลำดับต้นๆ ในการผลิตซอฟแวร์ประเภทการเงิน ในปัจจุบันจะพบเห็นการใช้งานอกันยู่สองเวอร์ชั่น คือ Metatrader 4 (MQL4) และ Metatrader 5 (MQL5)

ข้อดีของ โปรแกรม Metatrader 4 (MQL4) และ 5 (MQL5) มีดังนี้

1.ใช้งานง่ายมาก สามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้ภายในไม่กี่คลิ๊ก

2.สามารถปรับเปลี่ยนหน้าตาของโปรแกรม ไปตามลักษณะการใช้งานของผู้ใช้ ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็น สี ขนาด เส้นกราฟ และอื่นๆ

3.เลือก Time Frame หรือ ช่วงเวลาการแสดงผลของราคาอัตราแลกเปลี่ยนของกราฟ ได้ถึง 9 Time Frame คือ 5 นาที , 15 นาที , 30 นาที , 1 ชั่วโมง , 4 ชั่วโมง , รายวัน , รายสัปดาห์ และ รายเดือน จะเทรดแบบช่วงสั้นหรือช่วงยาวก็เลือกได้ตามใจชอบเลยครับ

4.มี Indicator (อินดิเคเตอร์) ซึ่งสามารถช่วยให้นักเทรด Forex วิเคราะห์ความเคลื่อนไหวของราคาอัตราแลกเปลี่ยนได้ง่ายขึ้น โดยถูกติดตั้งมาพร้อมกับตัวโปรแกรมมากกว่า 50 ตัว ให้ได้เลือกใช้งานกัน อาทิเช่น Moving Average , Bollinger Bands , Parabolic SAR , Relative Strength Index, MACD และ Stochastic Oscillator เป็นต้น

5.สามารถเลือกการแสดงลักษณะของกราฟราคาอัตราแลกเปลี่ยนได้ถึง 3 แบบ คือ กราฟเส้น (Line Chart) , กราฟแท่ง (Bar Chart) และกราฟแท่งเทียน (Candlestick)

6.สามารถหน้าต่างการเทรดหลายๆคู่ค่าเงินไปพร้อมๆ กันได้ สำหรับนักเทรดฟอเร็กซ์ที่ชอบเทรดมากกว่า 1 คู่สกุลเงิน คงจะชอบฟังก์ชั่นนี้มากแน่นอนครับ

7.สามารถเขียนโปรแกรมด้วยภาษา MQL เพื่อสร้าง EA (Expert Advisor หรือ ระบบเทรดแบบอัตโนมัติ) ซึ่งสามารถทำงานร่วมกับ Metatrader ได้อย่างง่ายดาย

ทั้งหมดที่ได้กล่าวมา ก็เป็นแค่ความสามารถเล็กๆ น้อยๆ ของโปรแกรม Metatrader 4 และ 5 เท่านั้น เจ้าโปรแกรมตัวนี้ ยังมีความสามารถอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งผมยังไม่ได้พูดถึง แต่ถ้าหากเพื่อนๆมีความสนใจ ต้องการที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Metatrader ก็ลองไปดาวน์โหลดจากเว็บไซต์นี้กันนะครับ www.metatrader4.com สวัสดี

Source: http://www.stevedollar.com/article.php?article_id=OVYEyvJx8e


อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แปลภาษาเกาหลีเป็นอังกฤษ

แปลภาษาเกาหลีเป็นอังกฤษ

เทคนิคการเทรด forex การหาจุดหมุนราคาจาก MACD Divergence (ภาค 2 ของจุดหมุน MACD)

วิดีโอ แปลภาษาเกาหลีเป็นอังกฤษ



7.สามารถเขียนโปรแกรมด้วยภาษา MQL เพื่อสร้าง EA (Expert Advisor หรือ ระบบเทรดแบบอัตโนมัติ) ซึ่งสามารถทำงานร่วมกับ Metatrader ได้อย่างง่ายดาย

กราฟลงมาทำจุดต่ำสุดใหม่กว่าเดิมในสัญลักษณ์ที่ 1 แต่ Indicator นั้นได้ทำจุดต่ำสุดใหม่สูงกว่าเดิมในสัญลักษณ์ที่ 2 แสดงว่าเริ่มมีสัญญาณของ Bullish Divergence 

RSI (Relative Strength Index) เป็นเครื่องมือวัดพลังของคลื่น ที่ผมให้น้ำหนักค่อนข้างมาก ผมใช้ยอดคลื่นของมันชี้ตำแหน่งคลื่น 3 และคลื่น b



    MACD คือ Indicators ที่ใช้ในการวิเคราะห์กราฟที่บ่งบอกถึงความเป็น Trend ของกราฟ (เทรน) โดย MACD นั้น ถือว่าเป็น Indicators ที่ค่อนข้างใช้งานได้ง่าย ไม่มีความซับซ้อนในการวิเคราะห์อะไรที่ยุ่งยาก อีกทั้งยังเป็น Indicators ที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย 

การลง MACD ในกราฟ 

ไปที่ คลิกที่ MACD แล้วเลือก Attach to a chart หรือ ลาก Indicators MACD ลงกราฟ ค่าเงิน ดังภาพดังนี้

โดยการตั้งค่า MACD เพื่อเหมาะกับการใช้งานมี 2 ลักษณะที่นิยมใช้งานกันคือ 

•    Fast MACD หรือ รูปแบบพื้นฐานที่เป็นค่า Standard ในการตั้งค่าใช้งาน •    Smooth MACD หรือ รูปแบบเพิ่มเติมเพื่อความสะดวกในการใช้งานที่ง่ายต่อการวิเคราะห์มากขึ้น

การตั้งค่าใช้งานในปบบที่ 1

Fast EMA 12 Slow EMA 26 และ MACD SMA 9 หรือเรียกง่ายๆ ว่า 12 - 26 - 9 ดังรูป

การตั้งค่าใช้งานในแบบที่ 2

Fast EMA 15 Slow EMA 35 และ MACD SMA 9 หรือเรียกง่ายๆ ว่า 15 - 35 - 9 ดังรูป

     แนะนำให้ตั้งค่าการใช้งาน MACD ในแบบที่ 2 เพราะกราฟ จะ Smooth กว่า หรือมีการวิเคราะห์เพื่อใช้งานที่ง่ายกว่า กราฟเส้นจะไม่ตัดกันไปมาบ่อยครั้ง      เมื่อทำการตั้งค่า MACD เรียบร้อยแล้ว จะเหมือนภาพดังต่อไปนี้ (สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบเส้นและแท่งของ MACD ได้ เพื่อความเหมาะสมกับพื้นหลัง Black Ground หรือตามความชอบของผู้ใช้งาน)

การติดตั้ง Indicators Moving Average (MA) เพื่อใช้งานคู่กับ MACD

    การลงเส้น Moving Average เพื่อใช้ในการวิเคราะห์คู่กับ MACD โดยการติดตั้งทำได้โดยการลาก Indicators Moving Average ลงเข้ากับ MACD โดยทำการ ลาก Moving Average ลงบนพื้นที่ของ Indicators  MACD หรือคลิกขวาแล้วกด Attach to a Chart

ข้อแนะนำ :  ให้เลือกเส้นสี เป็นสีอะไรก็ได้ ที่ไม่ใช่สีของเส้น MACD โดยแนะนำให้เป็นสีเขียว เพื่อตัดกับสีแดงได้อย่างชัดเจน เมื่อทำการตั้งค่า Moving Average เรียบร้อยแล้ว จะได้ Indicators สำหรับการวิเคราะห์กราฟได้ดังภาพต่อไปนี้

หมายเหตุ : กำหนดค่า Period ของ MA ที่ใช้ร่วมกับ MACD มีค่าเท่ากับ 3 เพื่อความสะดวกในการวิเคราะห์กราฟที่เหมาะสม

จะได้ภาพรวมของ MACD + MA ที่ใช้ในการวิเคราะห์เทรนของกราฟในตลาด Forex ได้ดังภาพต่อไปนี้

•    เส้นสีเขียวคือ เส้นของ Moving Average เป็นเส้นหลักในการวิเคราะห์เทรนของกราฟ •    เส้นสีแดงคือ เส้นของ MACD เป็นเส้นรอง ใช้ในการหาจุดเข้าเทรดที่เหมาะสมที่สุด •    แท่งสีดำคือ แท่งของ MACD  เป็นแท่งที่ใช้ในการวิเคราะห์เทรนโดยรวม •    เราจะใช้ข้อมูลของ Indicators ทั้ง 3 สีนี้ มาใช้ในการวิเคราะห์กราฟ Forex

การวิเคราะห์กราฟ MACD ร่วมกับ Moving Average 

1. MACD ที่บ่งบอกถึง เทรนขึ้น MACD ที่มีสัญญาณเทรนขึ้นนั้น จะมีอยู่ 2 ลักษณะด้วยกันดังนี้

ลักษณะที่ 1 :  MACD เทรนขึ้นเมื่อ ผ่านเส้น 0 ขึ้นเขา โดยเส้นสีเขียว Moving Average นั้นได้ตัดเส้นสีแดง MACD แล้วผ่านเส้น 0 ขึ้นไปจะมองว่ากราฟเริ่มมีสัญญาณของเทรนขาขึ้นดังภาพต่อไปนี้

หมายเหตุ : จุดเข้าที่ได้เปรียบ จะเข้าในจังหวะลูกศรสีแดงหมายเลขที่ 2 คือ ต้องให้ผ่านเส้น 0 ในวงกลมสีแดง มาสักระยะก่อน ประมาณ 2-3 แท่งดำ จังหวะเข้าบนกราฟ จะอยู่ที่หมายเลขที่ 1 นั่นเอง

ลักษณะที่ 2 : MACD เทรนขึ้นต่อเนื่องเมื่อเกิดสัญญาณเทรนขึ้นรอบที่ 2 หรือ เส้นสีเขียว Moving Average ได้ตัดเส้นสีแดงขึ้นไปต่อ ดังภาพตัวอย่างดังต่อไปนี้

อธิบายจากภาพ : หมายเลข 1 คือ จุดที่เข้าซื้อ ที่เหมาะสม หมายเลข 2 คือ ตำแหน่งเทรนขึ้นต่อเนื่องรอบที่ 2  โดยเส้นสีเขียวตัดเส้นสีแดงขึ้นไปก่อให้เกิดเทรนขึ้นต่อดังภาพ (ถ้าหากกราฟยังไม่ลงไปต่ำกว่าเส้น 0 นั้นจะยังมองภาพรวมว่ายังคงเป็นเทรนขึ้นอยู่หากเส้นสีเขียว (MA) ยังคงตัดเส้นสีแดง (MACD) ขึ้นไปก็จะสรุปว่ายังคงมีสัญญาณในเทรนขาขึ้นต่อไป

2. MACD ที่บ่งบอกถึงเทรนลงโดย MACD ที่มีสัญญาณลงนั้น ก็จะคล้ายๆ กับเทรนขึ้น แต่จะไปในทิศทางตรงกันข้ามของเทรนขึ้นโดยจะมี 2 ลักษณะเช่นกันคือ 

ลักษณะที่ 1 : MACD เทรนลงเมื่อผ่านเส้น 0 ลงโดยเส้นสีเขียว (MA) นั้นได้ตัดเส้นสีแดง (MACD) แล้วผ่านเส้น 0 จะมองว่าเริ่มมีสัญญาณของเทรนขาลงดังภาพตัวอย่างต่อไปนี้ 

อธิบายจากภาพ :  ลูกศรหมายเลข 1 คือจุดที่เหมาะสมในการเข้า Sell เพื่อทำกำไร ลูกศรหมายเลข 2 คือตำแหน่งของ เส้นสีเขียวผ่านเส้น 0 ที่บอกถึงเทรนลงชัดเจน 

ลักษณะที่ 2 : MACD เทรนลงต่อเนื่องเมื่อเกิดสัญญาณเทรนลงชั้นที่ 2  หรือ เส้นสีเขียว (MA) ได้ตัดเส้นสีแดงลงต่อ ดังภาพตัวอย่างดังต่อไปนี้

อธิบายจากภาพ : หมายเลข 1 คือ จุดที่เข้าซื้อ ที่เหมาะสม หมายเลข 2 คือ ตำแหน่งเทรนลงต่อเนื่องรอบที่ 2  โดยเส้นสีเขียวตัดเส้นสีแดงลงมาก่อให้เกิดเทรนลงต่อดังภาพ (ถ้าหากกราฟยังไม่ขึ้นไปสูงกว่าเส้น 0 นั้นจะยังมองภาพรวมว่ายังคงเป็นเทรนลงอยู่หากเส้นสีเขียว (MA) ยังคงตัดเส้นสีแดง (MACD) ลงมาก็จะสรุปว่ายังคงมีสัญญาณในเทรนขาลงต่อไป

หมายเหตุ : เราจะไม่เข้า Buy เมื่อเส้นเขียวตัดเส้นแดงเมื่ออยู่ต่ำกว่าเส้น 0 และไม่เข้า Sell เมื่อเส้นเขียวและแดงตัดกันเหนือเส้น 0 แต่จะเข้าได้เมื่อมีสัญญาณของ Divergence ในการตัดสินใจเข้าเทรด 

Divergence (ไดเวอเจน)

    Divergence คือ การกลับตัวของกราฟแบบพิเศษที่ตัวของกราฟและตัวของ Indicator มีความขัดแย้งกันอยู่ โดยที่การเกิดสัญญาณของ Divergence นั้นจะต้องอ้างอิงจากรูปแบบของกราฟคู่เงินและรูปแบบของตัวชี้วัดอย่าง Indicator อย่างชัดเจน โดย Divergence มีอยู่ด้วยกัน 4 ชนิดดังต่อไปนี้ 

1. Bullish Divergence คือ ลักษณะของการกลับตัวแบบพิเศษเป็นเทรนขาขึ้น ซึ่งจะขัดแย้งกันกับลักษณะของกราฟในขณะนั้นที่ยังมีลักษณะเป็นเทรนลงอยู่โดยมีภาพตัวอย่างต่อไปนี้ 

อธิบายจากภาพได้ว่า

กราฟลงมาทำจุดต่ำสุดใหม่กว่าเดิมในสัญลักษณ์ที่ 1 แต่ Indicator นั้นได้ทำจุดต่ำสุดใหม่สูงกว่าเดิมในสัญลักษณ์ที่ 2 แสดงว่าเริ่มมีสัญญาณของ Bullish Divergence 

สรุป : ทริคการหาสัญญาณของการเกิด Bullish Divergence เราจะต้องอ�

Source: http://www.forexheng.com/%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1-metatrader-4-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0-5-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD-%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3/