ธุรกิจ ส่ง ออก นำ เข้า

Apr 20

ธุรกิจ ส่ง ออก นำ เข้า

ข้าวโพด ข้าวโพดเป็นสินค้าทางเกษตรที่ประเทศไทยส่งออกไปยังต่างประเทศ เพื่อนำไปเลี้ยงสัตว์ ประเทศที่เป็นประเทศคู่ค้าของประเทศไทยในการส่งออกข้าวโพดจะได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา ลาว เวียดนาม เกาหลี ฮ่องกง ไต้หวัน และศรีลังกา แต่การส่งออกจะเปลี่ยนแปลงไปตามความนิยมในการเพาะปลูกข้าวโพดของเกษตรกรในแต่ละปี และความต้องการของตลาด

อย่างที่สองคือช่องทางการขนส่งสินค้าจากประเทศไทย หลักๆ จะมีอยู่ด้วยกัน 3 ช่องทางคือ รถยนต์ เรือ เครื่องบิน แต่ละช่องทางจะมีราคาและเรื่องระยะเวลาที่แตกต่างกันซึ่งเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการต้องนำมาคำนวนด้วย ทั้งนี้ผู้ประกอบการอาจเลือกใช้วิธีการร่วมทุนกับบริษัทที่มีสัญชาติของประเทศดังกล่าวก็ได้เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระเรื่องต้นทุน แถมยังได้ผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็น


ธุรกิจ ส่ง ออก นำ เข้า

ก่อนดำเนินการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าใด ๆ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องตรวจสอบว่าเครื่องหมายการค้า ได้ถูกจดทะเบียนโดยผู้ประกอบการรายอื่นแล้วหรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบได้จากสำนักงานสิทธิบัตรอุตสาหกรรมนอร์เวย์ (the Norwegian Industrial Property Office) และสามารถดำเนินการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าออนไลน์ได้ทาง www.altinn.no



วิดีโอ ธุรกิจ ส่ง ออก นำ เข้า

อบรม & สัมมนาฟรี # Albaba # สัมมนา นำเข้า-ส่งออก

อ่านเกี่ยวกับ ธุรกิจ ส่ง ออก นำ เข้า

ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม และการเกษตรกรรมถือเป็นอาชีพหลักของคนไทย ทำให้ประเทศไทยมีสินค้าทางเกษตรและผลผลิตทางเกษตรอยู่หลายอย่าง และก็มีสินค้าทางการเกษตรที่เป็นสินค้าส่งออกอยู่หลายชนิดเช่นกัน ตัวอย่างเช่น

ยางพารา ยางพาราจัดเป็นสินค้าส่งออกทางการเกษตรที่สำคัญของประเทศไทย โดยสามารถแบ่งการส่งออกได้เป็นสองกลุ่ม โดยกลุ่มแรกจะเป็นผลิตภัณฑ์ยางกึ่งสำเร็จรูป เป็นการแปรรูปน้ำยางที่กรีดได้ให้เป็นในรูปแบบที่ต้องการและทำการส่งออกเพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมการผลิตภัณฑ์ยาง กลุ่มที่สองจะเป็นผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูปเป็นกระบวนการแปรรูปน้ำยางที่กรีดได้ให้เป็นสินค้าสำเร็จรูป เช่น ยางรถยนต์ ถุงมือยาง ถุงยางอนามัย ท่อยาง เป็นต้น

ข้าว ข้าวนอกจากจะเป็นอาหารหลักของคนไทยแล้ว ข้าวยังจัดเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยอีกด้วย โดยในปีหนึ่งประเทศไทยส่งออกข้าวเป็นจำนวนมากมีรายได้เข้าประเทศนับแสนล้านบาท และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นในทุกปีสำหรับประเทศที่ไทยส่งข้าวออกมากที่สุดจะได้แก่ ฮ่องกง จีน มาเลเซีย แคนาดา อิรัก อิหร่าน เป็นต้น โดยการส่งออกข้าวของไทยนั้นจะมีทั้งที่เป็น ข้าวเปลือก ข้าวหอมมะลิ ข้าวเจ้า รวมไปถึงข้าวเหนียว

มันสำปะหลัง มันสำปะหลังก็จัดได้ว่าเป็นสินค้าส่งออกและเป็นพืชที่สำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทย สร้างรายได้เข้าประเทศในแต่ละปีเป็นจำนวนมากเช่นกัน มันสำปะหลังจัดเป็นอาหารที่สำคัญสำหรับประเทศในเขตร้อน เช่น ประเทศต่างๆ ในทวีปแอฟริกา และทวีปอเมริกาใต้ สำหรับในทวีปเอเชีย เช่น ประเทศอินโดนีเซีย อินเดีย ก็นิยมการบริโภคมันสำปะหลังเช่นกัน มันสำปะหลังเป็นพืชที่ปลูกได้ง่าย ทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศ เจริญเติบโตได้ดีแม้ในพื้นดินที่ไม่ค่อยมีความอุดมสมบูรณ์มากนัก จึงเป็นพืชที่ได้รับความนิยมในเพาะปลูกของเกษตรกร

ข้าวโพด ข้าวโพดเป็นสินค้าทางเกษตรที่ประเทศไทยส่งออกไปยังต่างประเทศ เพื่อนำไปเลี้ยงสัตว์ ประเทศที่เป็นประเทศคู่ค้าของประเทศไทยในการส่งออกข้าวโพดจะได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา ลาว เวียดนาม เกาหลี ฮ่องกง ไต้หวัน และศรีลังกา แต่การส่งออกจะเปลี่ยนแปลงไปตามความนิยมในการเพาะปลูกข้าวโพดของเกษตรกรในแต่ละปี และความต้องการของตลาด

Source: http://incquity.com/articles/marketing-boost/6-ways-ease-exporting


อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ธุรกิจ ส่ง ออก นำ เข้า

ธุรกิจ ส่ง ออก นำ เข้า

อบรม & สัมมนาฟรี # Albaba # สัมมนา นำเข้า-ส่งออก

วิดีโอ ธุรกิจ ส่ง ออก นำ เข้า



มันสำปะหลัง มันสำปะหลังก็จัดได้ว่าเป็นสินค้าส่งออกและเป็นพืชที่สำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทย สร้างรายได้เข้าประเทศในแต่ละปีเป็นจำนวนมากเช่นกัน มันสำปะหลังจัดเป็นอาหารที่สำคัญสำหรับประเทศในเขตร้อน เช่น ประเทศต่างๆ ในทวีปแอฟริกา และทวีปอเมริกาใต้ สำหรับในทวีปเอเชีย เช่น ประเทศอินโดนีเซีย อินเดีย ก็นิยมการบริโภคมันสำปะหลังเช่นกัน มันสำปะหลังเป็นพืชที่ปลูกได้ง่าย ทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศ เจริญเติบโตได้ดีแม้ในพื้นดินที่ไม่ค่อยมีความอุดมสมบูรณ์มากนัก จึงเป็นพืชที่ได้รับความนิยมในเพาะปลูกของเกษตรกร

รูปแบบในที่นี้มีอยู่ด้วยกัน 2 ลักษณะคือ ผู้ประกอบการจะเลือกนำสินค้าส่งออกไปขายในรูปแบบใด จะขึ้นห้างสรรพสินค้า ขายตามซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ มีหน้าร้านเป็นของตนเอง ขายทางออนไลน์ ฯลฯ ซึ่งวิธีการทั้งหมดที่ได้เอ่ยไปล้วนมีราคาที่จะต้องจ่ายโดยนับเป็นต้นทุนด้วยเช่นเดียวกัน จึงควรต้องคัดเลือกให้มีความเหมาะสมกับแผนงานมากที่สุด

เครื่องหมายการค้าในนอร์เวย์จะมีอายุ 10 ปี โดยผู้ประกอบการสามารถต่ออายุได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งและเสียค่าใช้จ่ายครั้งละ 2,600 โครนนอร์เวย์ สำหรับเครื่องหมายการค้า 3 เครื่องหมายการค้าแรก และอีก 1,000 โครนนอร์เวย์ สำหรับเครื่องหมายการค้าที่ 4 เป็นต้นไป โดยผู้ประกอบการจะต้องรับผิดชอบต่ออายุเครื่องหมายการค้าเอง อย่างไรก็ตาม สำนักงานสิทธิบัตรนอร์เวย์อาจมีการส่งจดหมายเตือน 2 – 3 เดือนก่อนวันหมดอายุ ทั้งนี้ หากมีการต่ออายุล่าช้าและผู้ประกอบการยังประสงค์ที่จะใช้เครื่องหมายการค้าเดิมอยู่ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องจ่ายค่าปรับ 550 โครนนอร์เวย์เพิ่มเติมอีกด้วย



การขยับขยายการทำธุรกิจออกไปสู่ต่างประเทศคือแนวทางการต่อยอดธุรกิจที่น่าสนใจ และเป็นจุดที่อาจจะเรียกได้ว่าสูงสุดแล้วสำหรับนักธุรกิจสายเลือดไทยที่สามารถพาสินค้าส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศได้ แต่การส่งออกสินค้ามีข้อแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการทำธุรกิจภายในประเทศ ทั้งเรื่องของวัฒนธรรม ค่านิยมของผู้บริโภค และที่สำคัญคือเรื่องของกฎหมายและระบบการเสียภาษี จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จเหมือนกับการลงทุนแข่งขันภายในประเทศ ดังนั้นการเตรียมความพร้อมให้กับทั้งผู้ประกอบการและธุรกิจคือสิ่งแรกๆ ที่จะต้องทำก่อนที่จะซื้อตั๋วเครื่องบินเสียอีก

1. แต่งตั้งผู้จัดการโครงการ

สิ่งที่ต้องทำก่อนเป็นอันดับแรกในการส่งออกคือการแต่งตั้งผู้จัดการโครงการขึ้นเป็นการเฉพาะ อันเนื่องมาจากการไปลงทุนทำธุรกิจในต่างประเทศมีรายละเอียดปลีกย่อยในเรื่องของข้อมูลและวิธีการดำเนินการต่างๆ ค่อนข้างมาก บางทีแทบจะเรียกได้ว่าเป็นการสร้างธุรกิจขึ้นมาใหม่ทั้งหมดเลยทีเดียว ซึ่งความแตกต่างที่ว่านี้ไม่สามารถนำแนวทางที่ใช้ในการบริหารที่แผ่นดินแม่ไปใช้ได้เลย ดังนั้นการแต่งตั้งผู้จัดการในครั้งนี้จะต้องเลือกเอาบุคคลในระดับท๊อปสุด ที่มีความรู้ความสามารถบวกกับประสบการณ์การทำธุรกิจในต่างประเทศจึงจะเหมาะสมที่สุด ธุรกิจจะรุ่งหรือจะร่วงก็ขึ้นอยู่กับการคัดเลือกแม่ทัพในการทำศึกการส่งออกครั้งนี้ของผู้ประกอบการด้วย

2. ดูโอกาสทางการตลาดของประเทศที่หมายตา

พยายามเลือกเจาะเฉพาะบางประเทศ แทนที่จะหว่านไปทั่วทั้งหมด

ผู้ประกอบการต้องทำการเรียกประชุมระดมสมองทีมงานที่จะไปบุกต่างประเทศโดยมีเนื้อหาสาระสำคัญอยู่ที่การตรวจสอบโอกาสทางการตลาดของประเทศที่จะไป ว่าสินค้าของผู้ประกอบการมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จมากขนาดไหน โดยต้องพิจารณาข้อมูลในทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นราคา จุดเด่น จุดด้อย การวางแผนธุรกิจ การทำตลาด คู่แข่งขัน ซึ่งบางทีอาจจะมีมาจากต่างประเทศเหมือนในกรณีของผู้ประกอบการก็เป็นได้ จึงต้องทำการพิจารณาและวิเคราะห์อย่างละเอียดด้วยว่าธุรกิจจะสามารถเข้าไปเจาะและตีตลาดได้หรือว่าจะถูกเค้าไล่ตีกลับมา

3. พิจารณาปรับตัวสินค้า (ถ้าจำเป็น)

หลังจากได้บทสรุปจากการตรวจสอบโอกาสทางการตลาดแล้ว ผู้ประกอบการต้องนำข้อมูลของแผนการดำเนินงานทางยุทธศาสตร์และยุทธวิธีมาตรวจสอบเพื่อเปรียบเทียบดูกับผลิตภัณฑ์สินค้าของทางบริษัทว่าจะต้องมีการปรับเปลี่ยนในส่วนใดหรือไม่ เพราะเชื่อว่าคงไม่มีผลิตภัณฑ์สินค้าชนิดใดจะสามารถขายได้ในทุกประเทศโดยที่ไม่ต้องปรับเปลี่ยนในส่วนไหนเลย การปรุงแต่งจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งก่อนที่จะส่งออกสินค้าไปวางขายยังต่างแดนให้ได้รับผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจ นอกจากนี้ต้องไม่ลืมว่าปัจจัยเรื่องค่าครองชีพนั้นก็มีผลต่อการตั้งราคาสินค้าเช่นกัน

4. เลือกการส่งออกและจำหน่าย

รูปแบบในที่นี้มีอยู่ด้วยกัน 2 ลักษณะคือ ผู้ประกอบการจะเลือกนำสินค้าส่งออกไปขายในรูปแบบใด จะขึ้นห้างสรรพสินค้า ขายตามซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ มีหน้าร้านเป็นของตนเอง ขายทางออนไลน์ ฯลฯ ซึ่งวิธีการทั้งหมดที่ได้เอ่ยไปล้วนมีราคาที่จะต้องจ่ายโดยนับเป็นต้นทุนด้วยเช่นเดียวกัน จึงควรต้องคัดเลือกให้มีความเหมาะสมกับแผนงานมากที่สุด

อย่างที่สองคือช่องทางการขนส่งสินค้าจากประเทศไทย หลักๆ จะมีอยู่ด้วยกัน 3 ช่องทางคือ รถยนต์ เรือ เครื่องบิน แต่ละช่องทางจะมีราคาและเรื่องระยะเวลาที่แตกต่างกันซึ่งเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการต้องนำมาคำนวนด้วย ทั้งนี้ผู้ประกอบการอาจเลือกใช้วิธีการร่วมทุนกับบริษัทที่มีสัญชาติของประเทศดังกล่าวก็ได้เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระเรื่องต้นทุน แถมยังได้ผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็น

Source: http://www.eksperyansla.info/